อะไรทำให้การขับ รถกระบะรับจ้าง ของคุณ เปลืองน้ำมัน มากกว่าปกติ

อะไรทำให้การขับ รถกระบะรับจ้าง ของคุณ เปลืองน้ำมัน มากกว่าปกติ ตราบใดที่รถยนต์ของเรายังไม่สามารถเติมน้ำเปล่าได้ เราก็คงต้องหาวิถีทางในการประหยัดน้ำมันให้ใช้ได้คุ้มค่าที่สุดให้เจอ เคยสังเกตกันไหมว่ารถยนต์ที่เราขับกันอยู่ทุกวัน ทำไมจู่ ๆ มันก็เปลืองน้ำมันขึ้นมาซะอย่างนั้น เพิ่งเติมไปเย็นเมื่อวาน มาเย็นวันนี้ก็หายไปเกือบครึ่งแล้ว สาเหตุที่ว่าอาจจะใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด ลองสำรวจตามลิสต์ที่เราบอกมาบางทีอาจจะเจอเหตุผลที่ว่า แล้วจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

ส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศไม่ถูกต้อง

1. เครื่องยนต์หลวม ไม่ว่าจะเป็นเพราะอายุ การใช้มานาน หรือใช้งานอย่างหนักหน่วงไม่มีหยุดพัก ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุให้กำลังอัดของเครื่องยนต์ลดน้อยลงทั้งสิ้น

2. ระบบจุดระเบิดมีปัญหา อาทิ หัวเทียนบอด สายหัวเทียนชำรุด หรือการตั้งจังหวะจุดระเบิดไม่ถูกต้อง

3. กรองอากาศสกปรก ต้องหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพราะการที่กรองอากาศสกปรกจะทำให้อากาศไหลผ่านเข้าห้องเผาไหม้ได้น้อย ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ตรวจสอบกันให้ดี ดูแลกันให้สม่ำเสมอ เพราะการประหยัดน้ำมันได้ ก็เหมือนการประหยัดเงินเข้ากระเป๋าได้เช่นกัน

วิธีขับรถประหยัดน้ำมัน ลดพลังงาน เพิ่มเงินในกระเป๋า

1. วิธีขับรถประหยัดน้ำมัน ต้องเริ่มที่ความเร็ว

เป็นเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ยิ่งขับรถเร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งใช้พลังงานน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การขับรถในความเร็วที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงในเรื่องการประหยัดน้ำมัน ซึ่งแน่นอนว่าใช้ได้ผลจริง เรื่องความเร็วคงจะไม่มีผลมากนักหากคุณขับรถในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรที่ค่อนข้างติดขัด แต่ถ้าหากขับรถทางไกลควรจำกัดความเร็วไม่ให้เกิน 90 กม./ชั่วโมง เพื่อประหยัดน้ำมัน ประหยัดเงินในกระเป๋านะคะ

2. ตรวจเช็กลมยางเป็นประจำ

การขับขี่รถยนต์ด้วยยางรถยนต์ที่มีลมยางอ่อนเกินไป ยิ่งเดินทางไกลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลืองน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ควรหมั่นตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ การเติมลมยางมากเกินไป อาจจะไม่ส่งผลเรื่องการใช้พลังงานมากนัก แต่อาจจะส่งผลเรื่องความปลอดภัยได้ เพราะยางอาจจะเกิดระเบิดขึ้นระหว่างเดินทางได้นั่นเอง นอกจากนี้ ควรมองหาร่องรอยของการขูด รูรั่ว รอยบาด รอยแตกในยาง รวมถึงตรวจสอบวันที่ผลิตของยางด้วย หากพบว่ายางของคุณมีอายุเกินกว่า 6 ปี คุณจำเป็นจะต้องเปลี่ยนยางใหม่ก่อนที่จะใช้งานยางในระยะไกล

3. หลีกเลี่ยงการกระฉากเครื่อง

การเร่งเครื่องจนมิดนั้น จะทำให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานมากขึ้นในการเร่งเครื่อง เช่น ขณะขับรถยนต์เกียร์ธรรมดา คุณเร่งเครื่องเพราะขี้เกียจเปลี่ยนเกียร์ ลากเกียร์เอาไว้อีกสักหน่อย ทำให้มีความสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง แต่หากเป็นรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ระบบเกียร์จะปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมไปตามความเร็วที่คุณใช้ ซึ่งแน่นอนว่าเกียร์อัตโนมัติทำได้ดีกว่าการขับรถด้วยเกียร์ธรรมดาของคนแน่นอน แต่แม้ว่าระบบเกียร์จะดีอย่างไร การเร่งเครื่องพร่ำเพรื่อก็ยังเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอยู่ดี ดังนั้น ขับรถให้นิ่มนวลโดยใช้ความเร็วสม่ำเสมอดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระบบเกียร์แบบใดก็ตาม

4. ลดน้ำหนักบนรถ ลดการซดน้ำมัน

รถยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ในการขับเคลื่อนไปข้างหน้าในขณะที่บรรทุกน้ำหนักมากมาก ลองนึกถึงการเดินดูสิ การเดินโดยที่คุณถือของพะรุงพะรังมากมายนั้น ย่อมใช้พลังงานมากกว่าการเดินตัวเปล่าใช่ไหมล่ะ ดังนั้น เราขอแนะนำให้คุณลดภาระของรถยนต์ลงด้วยการทำความสะอาดรถ นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไปจากรถเพื่อให้น้ำหนักของรถนั้นเบาลง ช่วยให้ใช้พลังงานน้อยลงและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นนั่นเอง และที่สำคัญ ยังช่วยให้รถของคุณดูสะอาดอยู่เสมออีกด้วย

5. ปิดหน้าต่างหรือซันรูฟ

การเปิดหน้าต่างหรือซันรูฟคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากคุณขับในเมืองที่ไม่ใช้ความเร็วสูงมากนัก แต่ถ้าคุณขับรถไปต่างจังหวัดในเส้นที่ต้องใช้ความเร็วสูง อย่างเช่น มอเตอร์เวย์ การเปิดหน้าต่างหรือซันรูฟอาจจะทำให้รถใช้พลังงานมากกว่าปกติหลายเท่า โดยปกติผู้ออกแบบรถยนต์จะเรียกสิ่งนี้ว่า aerodynamic คือการออกแบบรถให้ถูกแรงลมดึงหรือแรงต้าน ขณะขับเคลื่อนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเปิดหน้าต่างหรือซันรูฟจะเพิ่มแรงดึงหรือแรงต้านให้กับรถ และทำให้รถต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อที่จะเคลื่อนตัวไปข้างหน้า และทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้นไปด้วยนั่นเอง

6. โครงวางของบนรถ ถ้าไม่ใช้ก็เอาออกเถอะ

หัวข้อนี้มีหลักการเดียวกันกับหัวข้อที่แล้ว คือเรื่องแรงดึงหรือแรงต้าน โครงวางของบนหลังคาเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถเกิดแรงต้านลมเพิ่มขึ้น ทำให้รถทำงานหนักขึ้นเพื่อเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ยิ่งใช้ความเร็วสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งเกิดแรงต้านมากขึ้นเท่านั้น และแน่นอน สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้นไปด้วยนั่นเอง

7. ปิดแอร์บ้างก็ได้

ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนเท่านั้น ระบบปรับอากาศในรถยนต์เองก็ใช้น้ำมันในการทำงานเช่นกัน เมื่อขับรถยนต์ใกล้ถึงที่หมาย คุณควรปิดระบบปรับอากาศของรถยนต์ เพราะความเย็นยังคงอยู่ในห้องโดยสารระยะหนึ่งหลังจากปิดแอร์ไปแล้ว ดังนั้น การปิดแอร์ก่อนถึงที่หมายสัก 5 – 10 นาที ก็จะช่วยประหยัดน้ำมันไปได้มากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ หากคุณเดินทางเป็นระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก การปิดแอร์แล้วใช้ลมธรรมชาติจากการเปิดหน้าต่างแทน ก็ช่วยประหยัดน้ำมันไปได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

8. เดินทางให้ถูกเวลา

ใครจะคิดว่าแค่การเลือกเวลาออกจากบ้านจะช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันได้ แต่มันทำได้จริง เพราะในวันธรรมดาช่วงเช้าและเย็นเป็นช่วงที่มีรถติดมหาศาล ถือเป็นช่วง Rush Hours การเดินทางในช่วงเวลานี้จะทำให้คุณไปติดแหงกอยู่บนท้องถนน ซึ่งยิ่งติดคาอยู่บนถนนนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมันมากเท่านั้น ดังนั้นตื่นเช้าขึ้นอีกสักนิด ออกจากบ้านก่อนเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลา Rush Hours ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันได้ นอกจากนี้ ในการเดินทางไกล การขับรถในเวลากลางคืน ก็จะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่าการขับรถในเวลากลางวันที่มีรถเยอะกว่า การจราจรพลุกพล่านมากกว่า

9. วางแผนการเดินทาง

คุณรู้ไหม? ว่าการขับรถหลังจากที่รถจอดมาแล้วเป็นเวลานานจนเครื่องยนต์เย็น เช่น จอดรถค้างคืน จะใช้พลังงานมากกว่าปกติในช่วง 10 กิโลเมตรแรก แทนที่จะขับรถไปซื้อกาแฟและหนังสือพิมพ์ปากซอยในตอนเช้า และขับรถไปซุปเปอร์มาร์เก็ตในตอนเย็น จะประหยัดน้ำมันมากกว่า หากคุณวางแผนการเดินทางโดยการรวบทริปยิบย่อยดังที่กล่าวข้างต้น ให้กลายเป็นทริปยาวทีเดียว จะช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันมากขึ้น