รีวิวหนัง star wars ภาพยนตร์มหากาพย์สงครามแห่งจักรวาล

รีวิวหนัง star wars ภาพยนตร์มหากาพย์สงครามแห่งจักรวาล สตาร์ วอร์ส (Star Wars) ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในใจใครหลายคนออกฉายภาค 4 “A New Hope – ความหวังใหม่” ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2520 กวาดรายได้ไป 775.4 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 16.28 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 21฿) นับเป็นภาพยนตร์สงครามจักรวาลที่กวาดรายได้ถล่มทลาย กลายเป็นหนังไซไฟที่มีคนปวารณาเป็นสาวกมากมายทั่วโลก

เดิมที จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ผู้กำกับภาพยนตร์ในยุคแรกๆ ได้เขียนบทเรื่อง Star Wars ไว้แล้ว 9 ภาค แต่ในตอนนั้นเขายังไม่มีงบสร้างหนังมากเท่าไหร่ รวมถึงสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ต่างๆ ยังไม่ดีเท่าที่ควร เขาจึงตัดสินใจทำภาค 4 “A New Hope – ความหวังใหม่” ฉายเป็นภาคแรกก่อน เนื่องจากภาคนี้เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษเยอะมากและสามารถจบได้ในตอนเดียว

ตอนแรกที่ลูคัสตัดสินใจทำหนังเรื่อง Star Wars และเลือกทำภาค 4 ออกมาฉายก่อนเพราะเขาไม่คิดว่าหนังจะทำเงินและได้รับการตอบรับมากขนาดนี้ พอหนังดังถล่มทลายทำรายได้มากพอ ลูคัสจึงทุ่มงบสร้างภาคต่อไปนั่นคือภาค 5-6

เมื่อไตรภาคแรก 4-6 จบบริบูรณ์ จอร์จ ลูคัส รอเวลาให้สเปเชี่ยลเอฟเฟกต์มีความก้าวหน้ามากกว่านี้ ซึ่งรวมเวลาแล้วผ่านไปถึง 16 ปีที่แฟนๆ Star Wars ได้ดูภาพยนตร์มหากาพย์สงครามแห่งจักรวาลต่อในไตรภาคสอง คือภาค 1-3 ตามด้วย แอนิเมชั่นตอนสงครามโคลน (The Clone Wars)

ต่อมาในปี 2555 บริษัทวอลท์ดิสนีย์ได้เข้าซื้อบริษัท Lucasfilm เจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ในราคา 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.32 แสนล้านบาท ทำให้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars กลายเป็นของวอลท์ดิสนีย์ทั้งหมด แต่ในกระบวนการทำงานก็ยังคงทำร่วมกับประธานบริษัทลูคัสฟิลม์ แคธลีน เคนเนดี อยู่ด้วย

ตามจริงจอร์จ ลูคัสไม่จำเป็นจะต้องสร้างภาคต่อหรือภาค 7 ให้กับ Star wars แล้วก็ได้ เนื่องจากภาค 6 “Return of the Jedi – การกลับมาของเจได” ถือว่าเป็นการปิดฉากได้อย่างสมบูรณ์ แต่เนื่องด้วยวอลท์ดิสนีย์ได้เข้ามาซื้อกิจการ Lucasfilm และต้องการขยายจักรวาล Star wars ออกไปอีกเพราะเห็นว่า Star wars ยังทำเงินได้อีกมาก

เราจึงได้เห็น Star wars ไตรภาคสาม 7-8 และภาค 9 ที่กำลังจะออกฉายในอีกไม่นานนี้ รวมถึงภาคแยกที่วอลท์ดิสนีย์สร้างออกมาฉายแล้วนั่นคือ “Rogue One: A Star Wars Story – โร้ค วัน ตำนานสตาร์วอร์ส” และ “Solo : A Star Wars Story – ฮาน โซโล ตำนานสตาร์วอร์ส”

ปัจจุบันวอลท์ดิสนีย์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ การ์ตูน ซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ เกม เพลง สินค้าและผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Star Wars

รายได้แต่ละภาค เรียงตามลำดับการเข้าฉาย

Star Wars ภาพยนตร์แนวจักรวาลและอวกาศที่ไม่คิดว่าจะทำเงินได้มหาศาล แต่ภาค 4 “A New Hope – ความหวังใหม่” ที่นำออกมาฉายเป็นตอนแรก กลับกวาดรายได้ไปถึง 775.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 16.28 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 21฿)

ตามมาด้วย ภาค 5 “The Empire Strikes Back – จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ” ที่ทำรายได้กว่า 538.4 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 11.3 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 21฿) และภาค 6 “Return of the Jedi – การกลับมาของเจได” ทำรายได้ไป 475 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 12.83 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 27฿)

ผ่านมา 16 ปี จอร์จ ลูคัส ได้ให้กำเนิด Star Wars ภาค 1 “The Phantom Menace – ภัยซ่อนเร้น” ที่ทำรายได้ไปมากถึง 1.03 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 44.3 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 43฿) ตามมาด้วยภาค 2 “Attack of the Clones – กองทัพโคลนจู่โจม” ที่ทำรายได้น้อยกว่าภาคก่อน 650 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 2.8 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 43฿) และภาค 3 “Revenge of the Sith – ซิธชำระแค้น” ที่ทำรายได้ขยับขึ้นมาจากภาคก่อนถึง 849 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 34.9 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 41฿)

หลังจากภาค 3 ได้จบไป ถัดมาอีก 3 ปี Lucasfilm ได้สร้าง Star Wars ตอน “The Clone Wars – สงครามโคลน” ในรูปแบบแอนิเมชั่นที่ทำรายได้ไป 68.3 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 2.25 พันล้านบาท (1 US$ = 33฿) ด้วยเงินลงทุนสร้างเพียง 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

หลังจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น ตอน สงครามโคลน จอร์จ ลูคัส ผู้เป็นเจ้าของบริษัท Lucasfilm และเจ้าของลิขสิทธิ์ Star wars ทั้งหมด ได้ตัดสินใจวางมือจากการเป็นผู้เขียนบทและกำกับหนังเพื่อเปิดทางให้กับคนรุ่นใหม่ ด้วยการตัดสินใจขายกิจการทั้งหมดให้กับวอลท์ดิสนีย์ และเขาเชื่อว่าดิสนีย์จะทำให้ Star wars อยู่ยั่งยืนไปถึงคนรุ่นต่อๆไป

ต่อมาในปี 2558 วอลท์ดิสนีย์ได้ออกฉาย Star Wars ภาค 7 “The Force Awakens – อุบัติการณ์แห่งพลัง” ผลงานการเขียนบทของ ไมเคิล อาร์ดท์ (Michael Arndt) แก้ไขบทโดย เจ.เจ. แอบรัมส์ (J. J. Abrams) กับ ลอเรนซ์ แคสดาน (Lawrence Kasdan) และกำกับโดย เจ.เจ. แอบรัมส์ ซึ่งภาคนี้ สามารถกวาดรายได้ไปได้มากถึง 2.07 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 68.3 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 33฿)

ตามมาด้วย “Rogue One : A Star Wars Story – โร้ค วัน ตำนานสตาร์วอร์ส” ภาคแยกตอนแรกในชุดภาพยนตร์เดี่ยวของ Star wars เป็นเรื่องราวของกลุ่มพันธมิตรต่อต้านจักรวรรดิที่ต้องการขโมยแบบแปลนในการสร้างเดธ สตาร์เพื่อที่จะทำลายเดธ สตาร์ทิ้ง ซึ่งภาคแยกนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์ในภาค 4-5 ออกฉายในปี 2559 ทำรายได้ไป 1.06 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 37.1 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 35฿)

ภาค 8 “The Last Jedi – ปัจฉิมบทแห่งเจได” ที่เพิ่งฉายไปเมื่อปีที่แล้วสามารถทำรายได้ถึง 1.33 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 46.55 หมื่นล้านบาท (1 US$ = 35฿)

ภาคแยกตอนที่สอง ในชุดภาพยนตร์เดี่ยวคือ “Solo : A Star Wars Story – ฮาน โซโล ตำนานสตาร์วอร์ส” ที่เข้าฉายในประเทศไทยวันนี้เป็นวันแรก เป็นเรื่องราวการผจญภัยของฮาน โซโลในวัยหนุ่มกับนักบินคู่หูของเขา ชิวเบคก้า ที่ต้องเผชิญหน้ากับนักพนันสุดร้ายกาจ แลนโด้ คาลริสเซียน และการได้ครอบครองยานมิลเลนเนียม ฟาลคอน ยานที่เร็วที่สุดในจักรวาล ก่อนที่จะมาเข้าร่วมกับพวก ลุค สกายวอล์คเกอร์

ส่วนภาค 9 มีกำหนดฉายในปี 2562 แต่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในแนวทางไหนและบอกเล่าเกี่ยวกับอะไร แฟนๆ Star wars คงต้องคอยติดตามดู

นอกจากนี้ Star wars จะยังคงไม่จบแค่เพียงภาค 9 อย่างแน่นอน รวมถึงจะยังมีการสร้างหนัง Spin-off หรือหนังภาคแยกเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครใน Star wars ที่น่าสนใจให้แฟนๆ มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 19 ธันวาคม 2019 ได้ติดตามดูอีกด้วย